รีวิว iPhone 12 mini และ iPhone 12 PRO แบบจัดเต็ม รุ่นใหม่ที่สาย Café Hopping ไม่ควรพลาด

ช่วงนี้สาวก iPhone ก็จะกระชุ่มกระชวย เพราะ Apple ได้ปล่อย iPhone รุ่นใหม่ iPhone 12 , iPhone 12 mini , iPhone 12 PRO และ iPhone 12 PRO MAX เปิดจองและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการกันไปแล้ว เราเองก็ติดตามข่าวและตื่นเต้นกับรุ่นใหม่นี้ไม่แพ้กันเพราะเป็นรุ่นที่จะมาพร้อมกับชิพที่เร็วที่สุดอย่าง A14 Bionic รวมทั้งเป็นการนำ 5G มาสู่ iPhone ครั้งแรก เมื่อมีโอกาสวันนี้เลยจะมาแกะกล่องรีวิว iPhone12 แบบ Exclusive จัดเต็มให้ทุกคนได้ชม ทั้งหมด 2 รุ่น ก็คือ iPhone 12 mini และ iPhone 12 PRO เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทั้งในแง่ของความน่าสนใจของคุณสมบัติของเครื่อง และ การใช้งานจริง

ใครที่กำลังคิดอยู่ว่า จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ดีมั้ยนะ คุ้มหรือเปล่า กำลังลังเล ลองมาอ่านรีวิวของเรากันดู รีวิวยิ่งอ่านเยอะ ยิ่งได้มุมที่รอบด้านมากขึ้น บทความนี้ก็เช่นกัน เราจะรีวิว iPhone 12 ในแบบฉบับของ Jeab.com กัน

สำหรับรุ่นที่ทางเรานำมารีวิวในวันนี้ มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ iPhone 12 mini และ iPhone 12 PRO

แวบแรกที่เห็นและได้สัมผัส iPhone 12

• iPhone 12 mini : ขนาดของเครื่องมาแบบเล็กกะทัดรัด เหมาะกับคนที่ไม่ชอบหน้าจอใหญ่ เพราะรู้สึกหยิบจับไม่ถนัด

• iPhone 12 PRO : ขนาดเครื่องกำลังดี ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ ถือได้ถนัดมือ เล็กกว่าขนาดของ iPhone XS Max ที่เราเคยใช้มาก่อน ขนาดหน้าจอจะเท่ากับ iPhone XR ถือว่ารุ่นนี้ ถือสบายกว่าเยอะเลย แต่ขณะเดียวกันหน้าจอก็ไม่เล็กจนเกินไป และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์แทบไม่ต่างกับ iPhone 12 PRO MAX ด้วย

สรุปคุณสมบัติของเครื่อง

iPhone 12 ไฮไลท์เด่นๆ เลย ที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก คือ เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับ 5G ใน iPhone และ ใช้ชิพแบบ A14 Bionic เป็นครั้งแรก

iPhone 12 mini เองก็เช่นเดียวกัน ซัพพอร์ต 5G และ มาพร้อมกับชิพ A14 Bionic มีขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว กะทัดรัด สำหรับคนชอบเครื่องเล็กๆ เพราะเดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนมีแต่หน้าจอใหญ่ หลายคนอาจหยิบจับไม่ถนัดมือ

เรื่องของดีไซน์ รอบนี้มีการเปลี่ยนจากที่เคยมีขอบตัวเครื่องโค้งมน iPhone 12 จะมาพร้อมกับขอบเรียบ มีสีให้เลือกมากถึง 5 สี คือ สีดำ สีขาว สีแดง (PRODUCT)RED , สีเขียว และ สีน้ำเงิน ซึ่งเครื่องที่เรานำมารีวิววั้นนี้จะเป็นสีเขียว ออกมิ้นต์ๆ นิดนึง สีสวยน่ารักมากกกก ดีไซน์ใหม่ดูเรียบหรู มีการใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตแบบ 5 นาโนเมตร ใช้กระจกแบบ Ceramic Shield และใช้จอภาพแบบ Super Retina XDR ด้วย OLED ที่ออกแบบเองโดย Apple เรื่องกล้องก็มาด้วยระบบ TrueDepth ความละเอียด 12MP ตัวใหม่ล่าสุดที่ช่วยปรับปรุงภาพถ่ายและวิดีโอ แถมยังสามารถบันทึกวิดีโอได้แบบ Dolby Vision และมี Magsafe อุปกรณ์เสริมขั้นสูง ที่เป็นแม่เหล็ก เพิ่มความสะดวกสบายไปอีกขั้น

ขณะที่ iPhone 12 PRO เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับความโปรสูงขึ้นของ iPhone 12 มาพร้อมการซัพพอร์ตใช้งาน 5G และ ชิพ A14 Bionic เช่นกัน ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว กำลังพอดี ไม่ใหญ่ ไม่เล็กจนเกินไป ถือแล้วถนัดมือมาก โดดเด่นด้วยจอภาพแบบ Super Retina XDR ระบบกล้องระดับโปร 12 MP ตัวใหม่ล่าสุด มีกล้องอัตราไวด์ กล้องไวด์ กล้องเทเลโฟโต้ ให้ทำงานได้เหมือนช่างภาพมือโปร

ดีไซน์มาพร้อมกับโฉมใหม่ขอบแบบเรียบที่ใช้สแตนเลสสตีลและกระจก Ceramic Shield มีให้เลือก 4 สีด้วยกัน คือ สีกราไฟต์ สีเงิน สีทอง และ สีใหม่อย่าง แปซิฟิกบลู แน่นอนว่าสามารถบันทึกวิดีโอได้แบบ Dolby Vision แต่ด้วยความที่กล้องเทพกว่า รุ่นนี้ก็จะโปรขึ้นไปอีก และใช้ Magsafe อุปกรณ์เสริมขั้นสูง ที่เป็นแม่เหล็ก เพิ่มความสะดวกสบายไปอีกขั้นได้เหมือนกับ iPhone 12 mini

สำหรับคุณสมบัติของ iPhone 12 mini และ iPhone 12 PRO นอกเหนือไปจากที่เราสรุปข้างต้น หากเพื่อนๆ อยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม วาร์ปไปเว็บไซต์ apple.co.th เพื่ออ่านเพิ่มเติมกันเองได้เลย

แพคเกจและของที่มาในกล่อง

เริ่มที่แพคเกจของทั้งสองรุ่นกันก่อน กล่อง iPhone 12 mini จะมาพร้อมกับกล่องแพคเกจสีขาว ขณะที่ iPhone 12 PRO มาพร้อมกล่องสีดำ ดูหรูหรา ด้านบนกล่องก็จะมีเแบบของเครื่องที่เลือกและสีระบุไว้ รวมทั้งด้านหลังกล่องจะระบุรายละเอียดของรุ่น และ ขนาด รวมทั้งหมายเลขเครื่องไว้ครบ

และอย่างที่หลายคนทราบดี รอบนี้ Apple ไม่มีตัว Adapter แถมมาให้แล้ว เป็นจุดที่น่าเสียดายนิดหน่อย เนื่องจากตระกูล iPhone 12 ออกแบบมารองรับการชาร์จแบบไร้สาย และยังมี Magsafe ที่ช่วยให้ชาร์จไร้สายได้สะดวกยิ่งขึ้น วางแล้วตรงตำแหน่งชาร์จ ไม่เลื่อน ไม่หลุดจากแท่นชาร์จแบบที่ผ่านมา ส่วนชาร์จแบบสาย มีสายชาร์จแบบหัว Lightening และ USB-C มาให้ ถ้าใครมี Adapter เดิมอยู่แล้ว ก็สามารถใช้ของเดิมได้ ซึ่งส่วนใหญ่ สาวก iPhone หลายๆ คนคงมีกันอยู่แล้ว เราเองก็เช่นกัน ในส่วนนี้เลยไม่เป็นปัญหามากนัก

และแล้วก็มาถึงพาร์ทที่เราตื่นเต้นที่สุด นั่นคือ การใช้งานจริงๆ นั่นเอง

รีวิวใช้งานจริง : ไลฟ์สไตล์ชิลๆ กับ iPhone 12 ที่สาย Café Hopping ไม่ควรพลาด

หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่ใครๆ มักหยิบ iPhone ขึ้นมาถ่ายรูป หนีไม่พ้นบรรดาคาเฟ่ น่านั่ง ที่มีขนมหรือเบเกอร์รี่อร่อยๆ ถ่ายรูปสวย แน่นอนว่าหลังจากผ่านตาคุณสมบัติที่โดดเด่นของ iPhone 12 ทั้ง 2 รุ่นที่หยิบมารีวิวกันแล้ว รวมไปถึงการแกะกล่องส่อง พาร์ทนี้เราก็จะพาทุกคนไปรีวิวกล้อง iPhone 12 ด้วยการไป Café hopping พร้อมกับพวกเรา กินครัวซองค์อร่อยๆ ของร้าน KOKOPAN และรีวิว iPhone 12 mini และ iPhone 12 PRO ไปด้วยกัน

มาดูกันดีกว่าทั้งสองรุ่นนี้ ใช้งานจริงแล้ว เป็นยังไง โดยเราจะขอไล่การรีวิวจาก iPhone 12 mini ไปยัง iPhone 12 PRO ทีละรุ่นนะคะ

เริ่มที่ iPhone 12 mini จิ๋วแต่แจ๋ว กล้องเทพ สเปคแจ่ม

อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้น แวบแรกที่เราเห็น iPhone 12 mini แอบรู้สึกว่าเครื่องเล็กไปนิด อาจเพราะเราผ่านการใช้เครื่องขนาดใหญ่มานานมาก เลยทำให้ไม่ค่อยชินมือเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ลองจับใช้งานจริง พบว่า iPhone 12 mini ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กที่จิ๋วแต่แจ๋วมากอ่ะ ถึงหน้าจอเล็ก แต่รอบนี้ Apple ดีไซน์หน้าจอมาให้เต็มพื้นที่ทำให้รู้สึกว่าไม่เล็กอย่างที่คิด และด้วยความเร็วของ ชิพ A14 Bionic ทำให้การใช้งานไหลลื่นกว่าเดิม ซึ่งตอบโจทย์คนที่ที่มี Budget จำกัด และอยากลองเปลี่ยนมาใช้ iPhone 12 ที่สำคัญคือ กล้อง iPhone 12 mini คุณภาพไม่ธรรมดาเลย มาดูกันว่ากล้อง iPhone 12 mini เล็กพริกขี้หนู รุ่นนี้เจ๋งเบอร์ไหน มาทดสอบไปด้วยกันได้เลย

สเปคกล้องตามที่ Apple ระบุไว้ของ iPhone 12 mini คือ รุ่นที่มาพร้อมกับระบบกล้องคู่ ระบบกล้องแบบใหม่หมดที่ขับเคลื่อนโดย ชิพ A14 Bionic มีกล้องง TrueDepth ความละเอียด 12MP ให้ถ่ายเซลฟี่ออกมาได้เป๊ะยิ่งกว่าเคย กล้องไวด์ที่มีรูรับแสงเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone รับแสงได้มากขึ้น การถ่าย Night Mode และ Deep Fusion ยังคงมีอยู่ในกล้อง แถมยังมี HDR อัจฉริยะ 3 ตรวจจับ ฉากต่างๆ เพื่อช่วยให้ภาพถ่ายสมจริงยิ่งขึ้นได้ รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพในที่แสงน้อยและไทม์แลปส์เวลาถ่ายในโหมดกลางคืนด้วยนะ ลองมาดูกันว่าถ่ายออกมาจริงๆ แล้วจะเป็นยังไงบ้าง มาดูกัน

ทุกภาพที่ถ่ายจาก iPhone 12 mini และ iPhone 12 PRO ไม่ได้มีการปรับแต่งสีใดๆ เพียงแต่ปรับขนาด ใส่ข้อความและโลโก้ เท่านั้น

ถ่ายภาพอาหารด้วย iPhone 12 mini ในมุม Close – up

ถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย iPhone 12 mini ในแสงธรรมชาติ – อยากให้ลองสังเกตเส้นของลายใบไม้ด้านหลัง คือ คุณเขาเก็บรายละเอียดงานออกมาได้ดี คมชัดมากจริงๆ สำหรับกล้อง iPhone 12 mini รุ่นใหม่นี้

ถ่ายภาพด้วย  iPhone 12 mini โหมด Portrait ในที่แสงน้อย

ถ่ายภาพด้วย iPhone 12 mini ในโหมด Portrait แสงธรรมชาติ

ถ่ายภาพด้วย iPhone 12 mini ในโหมดปกติ

ถ่ายภาพ Night Mode ด้วย iPhone 12 mini

จากภาพทั้งหมด เพื่อนๆ คงจะเห็นได้ชัดว่า ประสิทธิภาพคุ้ม นี่แค่ภาพนิ่งเท่านั้นนะ แต่ iPhone 12 mini ยังสามารถบันทึกวิดีโอ HDR ระดับ 4K ในแบบ Dolby Vision ได้ด้วย คือไม่ธรรมดาจริงๆ

 

iPhone 12 PRO กล้องเทพ Night mode เริ่ด กับคุณสมบัติที่แฟน Apple ไม่ควรพลาด

ความรู้สึกได้ที่สัมผัสกับ iPhone 12 PRO ครั้งแรก รู้สึกถึงความพรีเมี่ยมของวัสดุและคุณสมบัติของเครื่อง เช่นเดียวกับ iPhone 12 mini คือ มีการรองรับเทคโนโลยี 5G และมาพร้อมกับ iOS 14 และโดดเด่นด้วยชิพ A14 Bionic ที่ช่วยทำให้เครื่องเร็วขึ้น ความเร็วจากการลองดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ คือไม่ติดขัด ยังไม่รู้สึกหน่วงเลย เล่นแล้วลื่นไหลเป็นอย่างดีและที่สำคัญมาพร้อมกับกล้องที่ดีเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะ Night Mode คือเริ่ดมาก ตั้งแต่ใช้ iPhone มาจริงๆ

สเปคกล้องตามที่ Apple ระบุไว้ของ iPhone 12 PRO คือรุ่นที่มาพร้อมกับระบบกล้องใหม่ที่ใช้งานได้หลากหลาย มีทั้งกล้องอัลตร้าไวด์ กล้องไวด์ และกล้องเทเลโฟโต้ที่ขับเคลื่อนโดยชิพ A14 Bionic ทุกภาพที่ถ่ายจึงออกมาดูดีกว่าที่เคย มีอัตราส่วนคอนทราสต์ 2 ล้านต่อ1 รองรับขอบเขตสีกว้าง รูปถ่ายที่ออกมาเลยออกมาแบบโปรสุดๆเก็บภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าที่เคยด้วยโหมดกลางคืนในกล้องไวด์และกล้องอัลตร้าไวด์ มี Deep Fusion ในกล้องทุกตัว บันทึกวิดีโอ HDR 10 บิตที่รองรับ Dolby Vision ความละเอียดสูงสุด 4K ในอัตราเฟรม 60 fps ที่ให้ช่วงไดนามิกกว้างและลดการสั่นไหวได้ดีเหลือเชื่อ ระบบประมวลผล Apple ProRAW ในตัวของแอพกล้องให้คุณควบคุมและมีความยืดหยุ่นในการใช้รูปแบบไฟล์ RAW มากขึ้น โดยอาศัยขุมพลังจากการประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์ของ Apple

รู้สเปคกันแล้ว มาลองถ่ายจริงเลยดีกว่า รูปภาพที่ถ่ายออกจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

ถ่ายภาพอาหารด้วย iPhone 12 PRO ในมุม Close – up

ถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย iPhone 12 PRO ในแสงธรรมชาติ – เก็บรายละเอียดได้มาก แม้กระทั่งสภาพเส้นผม คือ ยังมองเห็นชัดมาก

ถ่ายภาพด้วย iPhone 12 PRO โหมด Portrait ในที่แสงน้อย – สังเกตดูจาก iPhone 12 mini ภาพในที่แสงน้อยของ iPhone 12 PRO จะสว่างกว่า สมกับที่ Apple มีการอัพเดทรูรับแสงใหม่ขนาด ƒ/1.6 จึงรับแสงได้ดีขึ้น

ถ่ายภาพด้วย  iPhone 12 PRO โหมด Portrait แสงธรรมชาติ

ถ่ายภาพด้วย iPhone 12 PRO ในโหมดปกติ

ถ่ายภาพ Night Mode บุคคลด้วย iPhone 12 PRO – นี่คือภาพในโหมดกลางคืนที่ถ่ายแล้วดูเหมือนเวลากลางวัน ทั้งๆ ที่ เราถ่ายกันตอนเวลาหนึ่งทุ่มแล้ว บรรยากาศรอบด้านคือมืดสนิท แต่ภาพคือสวยมากกกก ยกนิ้วให้เลย

ถ่ายภาพ Night Mode บรรยากาศด้วย iPhone 12 PRO

วิดีโอที่ถ่ายแบบ Dolby Vision คือ ภาพสวย เสียงสมจริง คือดีมากๆ 

ภาพสวยสมจริง เพราะมีสแกนเนอร์ LiDAR

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของ iPhone 12 PRO คือ มาพร้อมกับสแกนเนอร์ LiDAR ที่ย่อมาจาก Light Detection and Ranging ซึ่ง Apple บอกไว้ว่าเป็นการวัดระยะเวลาที่แสงใช้ในการสะท้อนกลับมาจากวัตถุ สแกนเนอร์ LiDAR จะอาศัยข้อมูลความลึกระดับพิกเซลเพื่อทำการวัดแต่ละอย่างและสร้างแผนผังในแนวลึกของฉาก LiDAR มอบประสบการณ์ AR ที่สมจริงยิ่งขึ้นได้เร็วยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยให้ออโต้โฟกัสทำงานในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้น จึงมีความแม่นยำยิ่งขึ้น และยังลดระยะเวลาที่ใช้ในการบันทึกภาพด้วย และเมื่อผนึกกำลังกับระบบกล้องอันลํ้าสมัยและ Neural Engine ใน A14 Bionic สแกนเนอร์ LiDAR จะช่วยให้สามารถถ่ายภาพถ่ายบุคคลในโหมดกลางคืน พร้อมเอฟเฟ็กต์โบเก้อันสวยงามได้แม้ในสภาวะแสงน้อย

เราเองก็ลองได้ใช้ iPhone 12 PRO ในการเล่น AR ผ่านเกม Pokémon GO พอได้ใช้งาน พบว่า เครื่องลื่นไหล ไม่หน่วงเลย รู้สึกเล่นได้ต่อเนื่อง และ ภาพสวยมาก แต่ด้วยความที่เรายังใช้งานไม่นานมากนัก ก็อาจจะต้องลองดูว่า หากเล่นเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ จะเป็นอย่างไร

สรุปการรีวิว

iPhone 12 Mini เหมาะกับคนที่ชอบเครื่องเล็กๆ ใช้งานถนัดมือ แต่มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่อัดแน่นมากกว่าเครื่องเล็กปกติจะมี ด้วยความที่ใช้กล้องรุ่นใหม่ ทำให้ภาพที่ได้มาสวยมากๆ สมคุ้มเกินราคา ใครที่อยากลองใช้ iPhone หรือ มีงบจำกัด สามารถเอื้อมถึงได้ไม่ยาก ในเรื่องของสีและดีไซน์ คือ สีเขียว ออกมิ้นต์ๆ น่ารักมาก แต่จริงๆ สีอื่นก็สวยไม่แพ้กันนะ เราเก็บภาพสีอื่นมาฝากด้วย

iPhone 12 PRO ชื่อบอกอยู่แล้วว่ามาแบบมือโปร รอบนี้จับถนัดมือ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป เวลาใช้งานคือดี พิมพ์งานได้สะดวก จะพิมพ์มือเดียวคือไม่ลำบาก ไม่ถึงกับต้องถือสองมือเหมือน iPhone XS MAX ที่เราเคยใช้ก่อนหน้านี้ เรื่องรูปถ่ายนี่ว้าวมาก กับโหมดกลางคืน คือ ถ่ายรูปออกมาได้ ทั้งๆ ที่คิดว่ามันมืดมาก ไม่น่าจะถ่ายได้เลย แต่ผลที่ลองใช้ คือ มันออกมาเป๊ะ เหมือนมีคนเอาแสงไฟมาจัดเซ็ทฉากให้ เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปมากๆ ยิ่งใครเป็นสาย Café Hopping คือโดนใจแน่นอน ตัวเครื่องก็มาแบบเรียบหรู วัสดุดูหรูหรา การใช้งานลื่นไหล เร็ว ไว ไม่ติดขัด ลองดูหนัง เล่นเกม ทุกอย่างคือผ่าน เสียงดี ภาพดี

 

ทั้งหมดที่เห็นนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพของ iPhone 12 mini และ iPhone 12 PRO หากอยากรู้ว่ามีอะไรอีกบ้างนั้น ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นี้ สามารถแวะไปลองใช้งาน สัมผัสของจริงกันดูได้ที่ช้อปและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Apple กันได้เลย

 

Copyright © Jeab.com

ติดตาม Jeab.com
Jeab.com มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์ทันสมัยสำหรับผู้หญิงยุคดิจิตอล ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @jeabdotcom
Jeab

Jeab

Jeab.com ตอบโจทย์ “ผู้หญิงรุ่นใหม่” ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในยุคดิจิตอล

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.