#กินวนไปเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน พาตะลุย 7 ร้านสุดเฮลตี้ที่สายสุขภาพห้ามพลาด

Jeab.com เอาใจเหล่านักกินสายสุขภาพด้วยการพาไปจัดเต็มกับร้านดังย่านสยามที่แต่ละเมนูนั้นทั้งอร่อยแบบดีต่อใจแถมยังเฮลตี้ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

1. เมนูเฮลตี้หอมเครื่องเทศที่ Camp Curry

campcurry01

ประเดิมร้านแรกกับ Camp Curry ร้านแกงกระหรี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนได้ฉายา “TOKYO’S BEST CURRY” ส่งตรงจากย่านชิบูยะมาเปิดสาขาที่โซน Food Passage ชั้น 4 สยามพารากอน ถือเป็นสาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทยตอนนี้ ร้านถูกตกแต่งด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งไฟฉาย ตะเกียง เชือก และแผนที่ เพื่อสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่แคมป์กลางป่า

campcurry02

เมนูแรกที่เราสั่งเป็นเมนูสลัดเบาๆ อย่าง HANGO Shake Salad (100 บาท) สลัดผักหลากชนิดที่มาจากโครงการหลวง ราดด้วยผงโรยข้าวของญี่ปุ่น งา และขนมปังกรอบ เสิร์ฟด้วยวิธีการนำวัตถุดิบทั้งหมดใส่ลงไปปิ่นโต ราดด้วยน้ำมันงาแล้วเขย่าคลุกเคล้าจนเข้าที่และเสิร์ฟลงบนจาน ซึ่งสามารถเลือกชนิดของผัก รวมถึงเพิ่มเติมท็อปปิ้งอย่างกุ้งหรือปลาแซลมอนได้อีกด้วย

campcurry03

campcurry04

ส่วนเมนูต่อมาถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมและโด่งดังมากในญี่ปุ่นอย่าง Fully-loaded Vegetables Curry (190 บาท) แกงกะหรี่ผักสำหรับผู้รักสุขภาพ ประกอบไปด้วยมันหวาน มันฝรั่ง พริกหวาน มะเขือเทศ หัวไชเท้า แครอท ต้นหอมญี่ปุ่น ฯลฯ นำไปนึ่งจนเข้าที่ แล้วนำมาทอดในน้ำมันร้อนจัด เสิร์ฟกับน้ำแกงกะหรี่ร้อนๆ ที่หอมเครื่องเทศแบบต้นตำรับจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเติมท็อปปิ้งอื่นๆ ได้ เช่น น่องไก่ทอด ชีส ไข่ออนเซ็น กุ้ง ปลาแซลม่อนรมควัน หรือเนื้อวัวผัดซอส

campcurry05

campcurry06

campcurry07

ปิดท้ายด้วยเมนูเครื่องดื่ม Hokkaido Honey Lassi (90 บาท) โยเกิร์ตนมจากฮอกไกโดที่ปั่นรวมกันกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาว เป็นเมนูออริจินอลอีกเมนูที่ขายดี หรือคนที่ชอบมะม่วงเป็นพิเศษก็มี Hokkaido Mango Lassi (90 บาท) ที่ใส่มะม่วงลงไปด้วย ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ถ้าได้ลองชิมจะต้องติดใจแน่นอน

campcurry08

2.กินมังสวิรัติแสนอร่อยที่ Veganerie

หลายคนคิดว่าอาหารเพื่อสุขภาพมักสวนทางกับคำว่าอร่อย แต่ร้าน Veganerie จะทำให้คุณลืมคำนั้นไปเลย เพราะทุกเมนูในร้านถูกคัดสรรมาอย่างดี และที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของนม ไข่ และเนย ทำให้เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ หรือแม้แต่ผู้ที่กินมังสวิรัติก็ทานได้ ร้าน Veganerie ตั้งอยู่ชั้น G สยามพารากอน โซน The Gourmet Garden

vergaverie01

เมนูแรก Green Fresh Smoothie Bowl (240 บาท) เมนูซูเปอร์ฟู้ดที่ให้ทั้งพลังงานและความสดชื่น ตัวสมูทตี้ทำมาจากผักและผลไม้สีเขียวหลายอย่าง เช่น แอปเปิ้ล กล้วย กีวี สับปะรด ผักเคล และหญ้าหวาน เติมความมันด้วยนมถั่วเหลือง เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งที่เฮลตี้แบบสุดๆ ทั้งกีวี โกจิเบอร์รี่ เมล็ดเจีย และกราโนล่า

vergaverie06

vergaverie07

ต่อด้วยเมนูของคาวเบาๆ อย่าง Italian Crepe (230 บาท) เมนูเครปสไตล์อิตาเลี่ยนที่เสิร์ฟพร้อมกับซอสพาสต้าแบบเข้มข้นส่วนผสมทั้งหมดล้วนแล้วแต่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเห็ดแชมปิญอง ไส้กรอกโปรตีนเกษตร ชีสพาเมซานที่ทำจากถั่ว ส่วนตัวแป้งทำมาจากโฮลวีท

vergaverie08

ปิดท้ายด้วย เมนูของหวาน Sweet Antioxidant (185 บาท) ไอศครีมเชอร์เบทรสอาซาอิเบอร์รี่ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ราดด้วยซอสวานิลลา โยเกิร์ตนมถั่วเหลือง และผลเบอรี่สด เมนูนี้จึงเป็นของหวานที่ยิ่งทาน ยิ่งดีต่อสุขภาพ

vergaverie04

vergaverie05

3. เมนูสลัดเลือกได้ที่ Dressed Salad

dressed salad01

สายสุขภาพผู้รักการกินสลัดต้องห้ามพลาดร้าน Dressed Salad ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ มีเมนูหลายแบบให้เลือก เราสามารถครีเอทเมนูต่างได้ด้วยตนเอง ทั้งสลัด หรือแร๊ปที่เลือกได้ตั้งแต่ผัก ท็อปปิ้งต่างๆ และน้ำสลัด ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับขนาดและท็อปปิ้งที่เลือก รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอย่างสมูตตี้ก็เลือกส่วนผสมได้ตามใจชอบ

dressed salad03

หรือถ้าอยากทานเป็นเซ็ตที่เชฟจัดไว้ให้ ก็มีเมนูที่เป็นไฮไลต์ของร้านอย่าง New Orleans Chicken (ราคา 149 บาท สำหรับไซส์ S และ 249 บาท สำหรับไซส์ L) ประกอบไปด้วยผักมิกซ์โอ้ค มะเขือเทศราชินี แตงกวา ถั่วแระญี่ปุ่น พริกแดงหวานย่าง ไข่นกกระทา เฟต้าชีส และไก่หมักเครื่องเทศคาจัน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำสลัดซันดรายโทเมโท วิเนเกรทที่เป็นสูตรพิเศษของร้าน

dressed salad09

dressed salad10

อีกเมนูที่ไม่ควรพลาด Tandoori Chicken (ราคา 169 บาท) แซนด์วิชพานินี่แบบอบร้อน สอดไส้ด้วยไก่ย่างทันดูรี มอสซาเรลล่าชีส มะเขือเทศ ผักมิกซ์โอ้ค คลุกเคล้ากับน้ำสลัด Honey Mustardส่วนตัวขนมปังเป็นเดลี่โฮมเมดที่ทำสดใหม่ทุกวัน

dressed salad05

เมนูที่ 3 Caesar Wrap (ราคา 149 บาท) สลัดซีซาร์ที่ประกอบไปด้วยผักโรเมนคอส ขนมปังกรอบ พามาซานชีส และน้ำสลัดซีซาร์โฮมเมด ห่อด้วยแป้งทอร์ทิลล่า กลายเป็นเมนูที่ได้ประโยชน์จากผักแบบเต็มๆ

dressed salad07

dressed salad08

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มอย่าง Mango Tango (ราคา 89 บาท) สมูตตี้เพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของมะม่วง แอปเปิ้ลเขียว น้ำแอปเปิ้ล และน้ำส้ม เมนูนี้สามารถเพิ่มเวย์โปรตีนเข้าไปได้อีกด้วย

dressed salad11

4. เฮลตี้สไตล์ญี่ปุ่นที่ YuZu by Yuutaro

ร้าน YuZu By Yuutaro เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่แตกไลน์มาจากร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Yuutaro โดยตั้งอยู่ที่ My Kitchen ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ เป็นอีกหนึ่งร้านที่คนรักสุขภาพ หรือแฟนพันธุ์แท้อาหารญี่ปุ่นควรมาลอง เพราะขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ของวัตถุดิบ

yuzu001

เมนูสุขภาพที่โดดเด่นได้แก่ Yuba Salad Maki (ราคา  280 บาท) ซูชิโรลที่มีส่วนผสมของเนื้อปลาดิบ กุ้ง ไข่หวาน และแตงกวา ห่อด้วยฟองเต้าหู้ ราดด้วยมายองเนสและโรยหน้าด้วยไข่กุ้ง เป็นเมนูที่มีทั้งความสดและอร่อย

yuzu02
ภาพจากร้าน YuZu by Yuutaro

ส่วนอีกเมนูคือ Tuna Tataki Salad (ราคา 280 บาท) สลัดสุดเฮลตี้มีไฮไลต์คือปลาทูน่าที่มีวิธีการปรุงแบบตาตากิ (วิธีการปรุงแบบญี่ปุ่นด้วยการย่างเพียงชั่วครู่ ทำให้ข้างนอกสุกแต่ข้างในยังคงความสดอยู่) เสิร์ฟพร้อมกับผักหลากชนิดและน้ำสลัดที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งในลิสต์ที่ไม่ควรพลาด

yuzu02

5. Café Chilli เฮลตี้รสแซ่บ

เปลี่ยนจากรสชาติละมุนลิ้นมาชิมอาหารรสแซ่บกันบ้าง กับร้าน Café Chilli ที่ตั้งอยู่ใน My Kitchen ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ร้านอาหารไทยที่หยิบเอาซิกเนเจอร์ความแซ่บของอาหารอีสานมายกระดับจนกลายเป็นเมนูอินเตอร์ ถูกใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่รักความเฮลตี้

cafechili02

เมนูแรก ส้มตำข้าวโพด ข้าวเหนียวทอด (ราคา 140 บาท) เมนูสลัดแบบไทยๆ ที่นำข้าวโพดมาทำเป็นเมนูส้มตำ ความหนึบหนับของข้าวโพดให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากส้มตำทั่วไป แต่เรื่องความแซ่บนั้นยังคงจัดเต็ม ควรทานคู่กับข้าวเหนียวทอดที่ทำมาจากข้าวเหนียวม่วงม้วนด้วยแป้งปอเปี๊ยะ

cafechili05

อีกเมนู ต้มแซ่บเห็ด (ราคา 230 บาท) เมนูคลีนๆ ที่ประกอบด้วยเห็ดหลายหลากชนิดตามฤดูกาล เช่น เห็ดฟาง เห็นนางฟ้า เห็ดชิเมจิ ฯลฯ ถูกนำมาปรุงด้วยรสชาติแบบดั้งเดิม ทำให้ได้อีกหนึ่งเมนูสุขภาพที่ดีต่อร่างกายแต่ยังได้รสชาติที่จัดจ้านถึงใจ ที่สำคัญคนทานมังสวิรัติก็สั่งมาทานได้

cafechili03

cafechili04

cafechili07

6. เติมวิตามินจากสับปะรดที่ Homsuwan Pina Pina

เปลี่ยนจากเมนูอาหารคาว มาเติมวิตามินจากเมนูสับปะรดที่ร้าน Homsuwan Pina Pina ตั้งอยู่ชั้น G โซน The Gourmet Garden สยามพารากอน เป็นคาเฟ่ที่เน้นเมนูของหวานและเครื่องดื่มที่ทำจากสับปะรดหอมสุวรรณ

homsuwan01

เมนูแรกที่แนะนำ HOMSUWAN Rubik (105 บาท) สับปะรดสดหวานฉ่ำหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเสิร์ฟพร้อมกับพริกเกลือ 3 แบบช่วยเพิ่มรสชาติ ได้แก่ พริกเกลือพริกป่น พริกเกลือสตอเบอรี่ และพริกเกลือเลม่อน ซึ่งสับปะรดพันธุ์หอมสุวรรณนั้นมีคุณสมบัติเด่นคือไม่แสบลิ้น มีวิตามินซีสูงกว่าทั่วไปถึง 4 เท่า อีกทั้งยังมีโบมิเนนที่ช่วยย่อยโปรตีนได้ดีอีกด้วย

homsuwan03

homsuwan04

อีกเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน HOMSUWAN Signature Bingsu (ราคา 180 บาท) บิงซูที่ทำจากน้ำสับปะรดโปะทับไอศครีมสับปะรด ราดด้วยวิปครีมนมมะพร้าว ตกแต่งด้วยสับปะรดสด เสิร์ฟคู่กับซอสสับปะรดและซอสคาราเมล ความเปรี้ยมอมหวานของสับปะรดเข้ากับความหอมมันของครีมนมมะพร้าวได้เป็นอย่างดี

homsuwan07

เมนู HOMSUWAN Frost On Fire (ราคา145 บาท) สับปะรดสดย่างไฟเสิร์ฟพร้อมไอศครีม 1 ลูก ราดด้วยน้ำเชื่อมและคาราเมล เป็นเมนูที่มีความร้อนผสมความเย็น ให้รสชาติและสัมผัสที่แปลกใหม่ที่ไม่ควรพลาด

homsuwan05

homsuwan06

HOMSUWAN Aloha (ราคา 180 บาท) พันนาคอตต้านมสูตรพิเศษมากับไอศครีมสับปะรด แต่งหน้าด้วยสับปะรดสดคลุกซอส วางสลับกับพันนาคอตต้านม เพิ่มความหวานมันด้วยวิปครีมนมมะพร้าว ราดด้วยซอสสับปะรด เสิร์ฟในสับปะรดลูกใหญ่ แนะนำให้ตักทุกอย่างกินในคำเดียว เพราะรสหวานฉ่ำของสับปะรดนั้นเข้ากับความนุ่มละมุนลิ้นของพันนาคอตต้าเป็นอย่างดี

homsuwan09

ส่วนเครื่องดื่มที่มาแล้วไม่ควรพลาด คือ HOMSUWAN 100% Colada Juice น้ำสับปะรดแท้ 100% ที่เติมความหวานมันด้วยครีมนมมะพร้าว เสิร์ฟพร้อมกับสับปะรดสดอีก 1 ชิ้น สดชื่นและดีต่อสุขภาพด้วย

homsuwan10

7. ฟินกับเมล่อนญี่ปุ่นสดๆ ที่ Melon Story

melon story02

คนรักเมล่อนไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น เพราะมีเสิร์ฟกันสดๆ ที่ร้าน Melon Story ชั้น G โซน The Gourmet Garden สยามพารากอน ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้เมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ๆ นำเข้าจากต่างประเทศในการทำเป็นขนมหวานและเครื่องดื่มหลากหลายเมนู และที่สำคัญเป็นร้านแรกและร้านเดียวในประเทศไทยที่ใช้เมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ 100%

melon story03

เมล่อนสกัดเย็น (ราคา 140 บาท) เมนูเด่นของร้านที่นำเอาเนื้อเมล่อนสดมาคั้นแยกน้ำแยกกากแบบสกัดเย็น ทำให้ได้น้ำเมล่อนคั้นสดที่ไม่ใส่น้ำตาล จึงได้รสชาติหอมหวานของเมล่อนญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งเมนูนี้จะทำขึ้นก็ต่อเมื่อมีลูกค้าสั่งเท่านั้น รับรองว่าคุณได้กินน้ำเมล่อนสดๆ อย่างแน่นอน

melon story04

อีกเมนูเครื่องดื่มที่คนรักเมล่อนไม่ควรพลาด เมล่อนสมูตตี้ (149 บาท) สมูตตี้ที่ทำจากเนื้อเมล่อนปั่นสดๆ ไม่ผสมน้ำตาล เป็นเครื่องดื่มที่สั่งแล้วก็อยากสั่งซ้ำ

melon story08

melon story07

เติมความหวานปิดท้ายด้วยเมนู มินิบิงซูเมล่อน (ราคา 149 บาท) น้ำแข็งไสเสิร์ฟพร้อมเนื้อเมล่อนและคอนเฟล็กราดด้วยนมข้นหวาน ให้รสชาติหวานกำลังพอดี ถึงแม้จะเป็นของหวาน แต่คุณก็จะได้รับประโยชน์จากเนื้อเมล่อนสดแบบเต็มๆ แน่นอน

melon story06

melon story05

ใครที่กำลังมองหาเมนูสุขภาพหรือมังสวิรัติ ก็อย่าลืมจดร้านที่ถูกใจไว้ในลิสต์แล้วตามมาชิมกัน เพราะแต่ละเมนูที่เรานำเสนอต่างมีความโดดเด่นเรื่องของวัตถุดิบที่สดใหม่ ดีต่อสุขภาพ แถมยังอร่อยอีกด้วย

ดูเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความฟินกับร้านอาหารที่หลากหลายได้ที่ www.siamparagon.co.th/worldclassdining

Copyright © Jeab.com

ติดตาม Jeab.com
Jeab.com มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์ทันสมัยสำหรับผู้หญิงยุคดิจิตอล ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @jeabdotcom
Jeab

Jeab

Jeab.com ตอบโจทย์ “ผู้หญิงรุ่นใหม่” ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในยุคดิจิตอล

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.