9 เรื่องเกี่ยวกับกระเป๋า Hermès Birkin ที่คุณรู้แล้วต้องอึ้ง

กระเป๋า Hermès Birkin (แอร์เมส เบอร์กิน) ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดกระเป๋าในฝันของสาวๆ ทุกคน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา คลาสสิก มาพร้อมกับชื่อเสียงที่กลายเป็นเครื่องบอกฐานะในปัจจุบัน รวมถึงราคาแพงระดับ 6 หลักขึ้นไป และยังมีความเอ็กคลูซีฟที่ไม่ใช่ใครจะสามารถซื้อก็ได้ ซึ่งความหรูหราและราคาแพงมักจะมาพร้อมกับเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ 9 เรื่องเกี่ยวกับ Hermès Birkin ที่คุณรู้แล้วอาจจะต้องอึ้ง

1. “Birkin” มาจากชื่อของดาราสาวชาวอังกฤษ Jane Birkin

ในปี 1981 Jean-Louis Dumas (ฌอง หลุยส์ ดูมาร์) CEO ของแอร์เมสมีโอกาสได้นั่งติด Jane Birkin (เจน เบอร์กิน) บนเครื่องบินไฟล์หนึ่งจากปารีสไปลอนดอน ซึ่งตอนนั้นเจนถือกระเป๋าตระกร้าประจำตัวขึ้นเครื่องไปด้วย แต่กระเป๋าดันพังเนื่องจากสามีของเธอขับรถทับเมื่อ 2 วันก่อนหน้า ทำให้ของที่อยู่ข้างในร่วงออกมา นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาระหว่างดาราสาวและผู้บริหารแอร์เมสจนเกิดเป็นกระเป๋าชื่อดังรุ่นนี้ ซึ่งครั้งนั้นภาพสเก็ตแรกของกระเป๋าถูกวาดบนกระดาษของถุงอาเจียนบนเครื่องบิน

แต่ในปี 2015 เจนได้ขอให้แอร์เมสยกเลิกใช้ชื่อของเธอเป็นชื่อรุ่นกระเป๋า เนื่องจากกระเป๋ามักจะผลิตจากหนังจระเข้ที่ถูกเลี้ยงและฆ่าอย่างทารุณ แต่เมื่อทางแอร์เมสออกมาบอกว่าจะควบคุมการจัดการเกี่ยวกับจระเข้ให้ดีขึ้น เธอจึงยอมเปลี่ยนใจให้ใช้ชื่อนี้ต่อไป

Image Source : Featureflash Photo Agency/ShutterStock

2. Jane Birkin มีกระเป๋ารุ่นนี้เพียง 5 ใบเท่านั้น (ในขณะที่ Victoria Backham มีร้อยกว่าใบ)

แม้กระเป๋า Hermès Birkin จะกลายเป็นของสะสมของเหล่าแฟชั่นนิสต้าและเซเลปชื่อดัง โดยเฉพาะ Victoria Backham ที่มีสะสมเป็นหลักร้อย แต่เจ้าของชื่อและที่มาอย่าง Jane Birkin กลับมีกระเป๋ารุ่นนี้ไว้ครอบครองเพียง 5 ใบเท่านั้น และใช้อย่างคุ้มค่าในสไตล์ของเธอด้วยการประดับพวงกุญแจง่ายๆ และติดสติกเกอร์ แม้ว่าทาง Hermès จะส่งกระเป๋าให้ทุกปี แต่เธอกลับนำเอากระเป๋าที่ได้ออกประมูลเพื่อการกุศลแทน

Jane-Birkins-Hermes-Birkin
Image Source

3. กระเป๋าแต่ละใบใช้เวลาทำ 48 ชั่วโมง ด้วยช่างฝีมือเพียงคนเดียว

ช่างทำกระเป๋าแต่ละคนจะผลิตกระเป๋า 1 ใบในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่เลือกหนังจนถึงประกอบด้วยมือทั้งหมด ใช้เวลาทำประมาณ 48 ชั่วโมง(การทำงาน) หรือราวอาทิตย์กว่าๆ ซึ่งช่างแต่ละคนจะมีเครื่องมือที่แตกต่างกันตามความถนัดในการผลิตกระเป๋า แต่สุดท้ายก็ได้กระเป๋าที่มีมาตรฐานทุกใบ

Image Source : andersphoto/ShutterStock

4. กระเป๋า Hermès Birkin ถูกผลิตในหลากหลายสี โดยเฉพาะโทนสีน้ำเงินที่มีมากกว่า 20 เฉด

แม้โทนสียอดนิยมของกระเป๋า Hermès Birkin จะเป็นสีโทนเรียบๆ อย่างสีดำ แต่กระเป๋ารุ่นนี้ถูกผลิตในหลากหลายสีตั้งแต่อ่อน เข้ม ยันสีสด โดยเฉพาะสีน้ำเงินที่ BBC รายงานว่ามีการผลิตมากกว่า 20 เฉดสี อาทิ Blue Jean, Blue Electric, Mykonos, Blue Sapphaire

Most-Popular-Birkin-Colors
Image Source

5. “Himalayan” คือชื่อของสี ไม่ใช่แหล่งของหนังจระเข้

กระเป๋า Hermès Birkin Himalayan Crocodile คือกระเป๋า Birkin รุ่นหายากที่ถือเป็นหนึ่งในแรร์ไอเท็ม หลายคนมักคิดว่ากระเป๋าผลิตจากหนังจระเข้ที่มาจากเทือกเขาหิมาลัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระเป๋าหนังจระเข้ทุกใบผลิตมาจากจระเข้ที่เลี้ยงไว้สำหรับทำกระเป๋า และชื่อ Himalayan มาจากโทนสีของกระเป๋าที่ดูเหมือนหิมะปกคลุมยอดภูเขา

Image Source : christies.com

6. Hermès Birkin มีดัชนีราคาพุ่งสูงกว่า 500% ตลอด 35 ปีตั้งแต่ครั้งแรกที่ออกวางจำหน่าย

เว็ปไซต์ Baghunter.com เปิดเผยผลสำรวจของราคากระเป๋า Hermès Birkin  ในช่วงปีที่วางจำหน่าย 1980s มีราคาประมาณ $2,000 ในปี 1990s ราคา $2,750 ในปี 2000s ราคาขยับขึ้นมาที่ $4,000 และมีราคาพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าเท่าตัว ใน 2014 ราคาอยู่ประมาณ $11,000 – $12,000 ซึ่งในปี 2016 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ $10,000 – $150,000 แตกต่างกันตามขนาด สี และวัสดุ คาดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอีกเท่าตัว

hermes_values_rising
Image Source

7. Hermès Birkin ที่แพงที่สุดมีราคาสูงถึง 380,000 ดอลล่าสหรัฐ

ในปี 2011 ได้มีการบันทึกสถิติกระเป๋า Hermès Birkin ที่แพงที่สุด คือสี Red Porosus Crocodile พร้อมฮาร์ดแวร์เพชรและทองคำขาว ถูกประมูลที่เมืองดัลลาส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ในราคา $205,150 ก่อนที่จะถูกทำลายสถิติ ในเดือนมิถุนายน 2015 ด้วยสี Fuchsia Porosus Crocodile ในการประมูล Christie’s auction ที่ฮ่องกง โดยผู้ชนะประมูลผ่านโทรศัพท์ ในราคา $221,844

และในปี 2016 กระเป๋า Hermès Birkin สี Himalaya Niloticus Crocodile ขนาด 30 ถูกประมูลไปในราคา $300,168 (ประมาณ 10,596,830 บาท)  และถูกทำลายสถิติอีกครั้งในปี 2017 กับราคาสูงถึง $380,000 หรือประมาณ 13 ล้านบาทในงานประมูล Christie’s

Image Source: Reuters/Bobby Yip

8. Hermès Birkin เป็นไอเท็มแบบเอ็กคลูซีฟที่มีสถิติการรอคิวนานถึง 6 ปี

มีเงินเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถซื้อ Hermès Birkin มาถือเล่นๆ ได้ เพราะเป็นสินค้าที่ไม่มีสต็อกหน้าร้าน มีการจำกัดปริมาณในการจำหน่ายในแต่ละปี อีกทั้งยังมีระบบการคัดกรองผู้ซื้ออีกด้วย ซึ่งทาง Purseblog.com เผยว่าหากอยากมีโอกาสได้ซื้อกระเป๋า Hermès Birkin จากทางร้านโดยตรงควรมีการสร้างความสัมพันธ์กับคนขายด้วยการซื้อไอเท็มอื่นๆ ของ Hermès เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่บางครั้งก็อาจจะโชคดีได้รับการเสนอซื้อกระเป๋าเลยโดยไม่ต้องสร้างเครดิตอะไรทั้งสิ้น ซึ่งโอกาสนั้นพอๆ กับถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และหากได้รับโอกาสในการซื้อก็จะต้องเข้าคิว ซึ่ง Baghunter.com  เปิดเผยสถิติว่ามีการเข้าคิวรอนานที่สุดถึง 6 ปี

แต่หนทางในการครอบครอง Hermès Birkin ไม่ได้มีแค่การเดินไปออเดอร์จากช็อปเท่านั้น เพราะทุกวันนี้มีการขายกระเป๋ามือ 2 ผ่านทางเว็ปไซต์ต่างๆ รวมถึงงานประมูลที่มักจะนำรุ่นหายากมาให้เหล่านักสะสมได้แข่งกันให้ราคา

Image Source : Everett Collection/ShutterStock

9. ยังมีเจ้าของกระเป๋า Hermès Birkin ส่วนหนึ่งที่อ่านชื่อแบรนด์ผิด

ชื่อ “Hermès” มาจากนามสกุลของผู้ก่อนตั้งอย่าง Thierry Hermès (เธียรี่ แอร์เมส) ชื่อแบรนด์จึงอ่านว่า “แอร์-เมส” (air-MEZ) และไม่ได้มาจากชื่อตัวละครในเทพปกรณัม จึงไม่ได้อ่านว่า เฮอร์มีส, เฮอร์เมส

Source : 1, 2, 3, 4, 5

 

ติดตาม Jeab.com
Jeab.com มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์ทันสมัยสำหรับผู้หญิงยุคดิจิตอล ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @jeabdotcom
UPSTERRR!

UPSTERRR!

FASHION IMITATES LIFE, LIFE IMITATES ART.

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.