“My Kitchen” มิติใหม่ของแหล่งแฮงค์เอ้าท์ใจกลางกรุง กับคอนเซปต์ The Social Dining Experience ณ ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่

My Kitchen_02

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม สนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่พร้อมให้ทุกคนเข้ามา ค้นพบ (Experiment), สร้างสรรค์ (Create) และพัฒนา (Cultivate) ต้อนรับศักราชใหม่ด้วย ดิสทิเนชั่นพบปะสังสรรค์สุดฮิปใจกลางเมือง  My Kitchen” (มาย คิทเช่น) ภายใต้คอนเซปต์ “Eat Meet Mingle”  ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคมิลเลเนียมให้ได้รับประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารรูปแบบ The Social Dining Experience โดยเนรมิตพื้นที่บนชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้สำหรับฟู้ดเลิฟเวอร์ที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของตนเองผสานนวัตกรรมดิจิตอลที่สร้างบรรยากาศให้มื้ออาหารมีความสุขและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำความเป็นไฮบริดรีเทลสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมชูความเป็นผู้นำในการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ทุกมิติอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน เพื่อให้ทุกคนเข้ามาร่วมสนุกด้วยกัน เปิดให้บริการแล้วทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00น.– 22.00น. ณ ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่

My Kitchen is Your Kitchen

 “My Kitchen”  ภายใต้คอนเซปต์ “Eat Meet Mingle”  คือ โปรโตไทป์ใหม่ของสถานที่พบปะสังสรรค์ของคนทุกเพศทุกวัยใจกลางกรุงที่นำเสนอประสบการณ์มิติใหม่ในการรับประทานอาหารที่นอกจากได้อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารนานาชาติเลิศรสจากร้านอาหารชื่อดัง 5 ร้าน ได้แก่ Café Chilli, Kuppadeli, Man Fu Yuan,  Nara, Yuzu By Yuutaro และ 1 คาเฟ่สุดชิค Brix Dessert Bar ที่มาในคอนเซปต์ใหม่ไม่เหมือนที่ใดคัดสรรอาหารเมนูเด็ดมาให้เลือกลิ้มรสตามรสนิยมครบทุกรสทุกสไตล์แล้ว

My Kitchen _01 night

My Kitchen”  ยังนำเสนอคอนเซปต์ My Kitchen is Your Kitchen เป็นครั้งแรก โดยเปิดพื้นที่ส่วน Workshop ขนาดใหญ่กว้างขวาง เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาสร้างประสบการณ์ร่วมสนุกด้วยกันกับคลาสการเรียนรู้การทำอาหารเมนูเด็ดจากกูรูอาหารหรือเซเลบริตี้เชฟที่จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็นประจำทุกวัน อีกทั้งยังรองรับการจัดสังสรรค์ปาร์ตี้ในหมู่เพื่อนฝูงในโอกาสพิเศษ ที่คุณสามารถใช้พื้นที่ส่วน workshop นี้ในการประกอบอาหาร เพื่อเสิร์ฟให้กับแขกคนสำคัญที่มาร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศพาโนราม่าวิวอันงดงามใจกลางมหานครกรุงเทพ

Your Kitchen (Workshop Space)

 “My Kitchen” ยังเป็นการผสานรวมเรื่องของ อาหาร ศิลปะ และเทคโนโลยี “Convergence of Food Art and Technology” มารวมกันได้อย่างลงตัว  เมื่อเข้ามาใน My Kitchen ทุกคนจะได้สนุกไปกับการรับประทานอาหารรสชาติเยี่ยมจากร้านอาหารชื่อดังหลากหลาย อาทิ ไทย อีสาน จีน ญี่ปุ่น และตะวันตก หรือลิ้มลองขนมหวานจากคาเฟ่ดัง  พร้อมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน กับ design ที่โดดเด่นผนวกกับการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิตอลสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยในการออเดอร์อาหารเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่าน Tablet” เพื่อให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ใหม่สะดวกสบายรวดเร็วในการเลือกเมนูอาหาร  สั่งอาหาร และจ่ายเงิน ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่  นอกจากนี้  My Kitchen ในช่วงเวลากลางวันเป็นเสมือน Meeting Place  ของเหล่าคนทำงานและนักธุรกิจ สะดวกสบายด้วยตั้งอยู่ศูนย์กลางของการเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายต่างๆ  และยังเป็นที่แฮงค์เอ้าสุดเทรนดี้ยามค่ำคืนแห่งใหม่ คลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีจากเหล่าดีเจชั้นนำรุ่นใหม่ที่จะมาสร้างบรรยากาศให้มีสีสันความสนุกไปกับจังหวะเพลงมันส์ๆ ด้วยคอนเซปต์ The Social Dining Experience ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ครบทุกมิติ

My Kitchen_06

การตกแต่งสุดล้ำสมัย

            ภายใน My Kitchen สร้างมิติใหม่ของแหล่งรวมร้านอาหารพรีเมี่ยมด้วยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นสุดเทรนดี้ โดดเด่นด้วย Art Installation สุดเท่ซึ่งออกแบบโดย Nendo Studio (เนนโดะ) ทีมออกแบบชื่อดังจากญี่ปุ่น นำโดย มร.โอกิ ซาโตะ นักออกแบบชื่อดังระดับโลก พร้อมด้วยการแต่งพื้นที่ในร้านโทนสีขาว ปูพื้นด้วยกระเบื้องหินอ่อนไวท์ วอลลากัส (White Volakas) ที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตรและอบอุ่น ทำให้พื้นที่ภายในมีดีไซน์สวยงามลงตัว สบายตา พร้อมกระจกใสเผยให้เห็นวิวพาโนราม่าใจกลางกรุงเทพมหานคร  พร้อมด้วยการตกแต่งไฟ Lighting Design ซึ่งมีความหลากหลายให้ความรู้สึกปรับเปลี่ยนมู้ดไม่ซ้ำระหว่างกลางวันและกลางคืน สร้างบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้นสนุกสาน

My Kitchen_03

นอกจากนี้ My Kitchen ยังประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ทั้ง โซนต้อนรับ, Lounge (เลานจ์), Private Room (ไพรเวท รูม) และ Workshop Space ในพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 250 ที่นั่ง ซึ่งสำหรับโซนต้อนรับ ตกแต่งด้วยดิสโก้บอล เพื่อสร้างความสนุกสนานให้แก่ลูกค้าให้มีสีสันทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยไฟระยิบระยับของลูกบอกดิสโก้ และมีไฮไลท์ด้วยการฉาย Graphic Mapping time lapse  ที่สร้างความเพลิดเพลินให้ลูกค้าระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟได้เป็นอย่างดี

 My Kitchen _04 night

โซน Lounge (เลานจ์) ที่ให้ความพิเศษกับไฮไลท์ระดับโลก ในการนำเทคนิคสุดยอด Visual Mapping จาก Le Petit Chef กลุ่มคนรักงานศิลปะในสไตล์ Visual Artistic ชื่อดังที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมาย โดยได้สร้างสรรค์งาน Food Mapping ผสานเทคนิคระหว่าง 3D Animation และ Motion Capture ฉายลงบนโต๊ะอาหาร ทั้งหมด 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ การทำซุป และขนมหวาน เพื่อให้ลูกค้าได้สนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับเพื่อนหรือคนพิเศษระหว่างการรออาหาร ประหนึ่งว่ามีเชฟจิ๋วตัวน้อยทำอาหารมาเสิร์ฟให้บนโต๊ะอาหาร  ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใคร ส่วนโซน Private room (ไพรเวท รูม) ให้ความเป็นส่วนตัวในการรับประทานอาหารได้อย่างลงตัว

My Kitchen _DJ สร้างบรรยากาศทุกศุกร์ - เสาร์

My Kitchen _ปาร์ตี้สนุกๆ ทุกคืนวันศุกร์ - เสาร์

คัดสรรร้านอาหารขนมและเครื่องดื่มจากสุดยอดของทุกประเภท

My Kitchen ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ประกอบไปด้วยร้านอาหารนานาชาติยอดนิยม ประกอบด้วย 5 ร้านอาหาร 1 คาเฟ่  เริ่มด้วย  อาหารอีสานสุดอินดี้ แฟนพันธุ์แท้ต้องห้ามพลาดร้าน CAFÉ CHILLI (คาเฟ่ ชิลลี่) ร้านอาหารอีสานระดับพรีเมี่ยมที่ยังคงรสชาติอาหารอีสานสูตรดั้งเดิม แต่คัดสรรเครื่องปรุงระดับคุณภาพ สด ใหม่ และสะอาด รับรองถ้าได้รับประทานจะติดใจต้องสั่งอีกรอบ เมนูขึ้นชื่อของที่นี่ อาทิ ส้มตำซั่วอีสาน, หนังไก่ทอด, หมูทอดคาเฟ่ ชิลลี่, ส้มตำไทยข้าวเหนียวทอด, ลาบปลาแซลมอน, ลาบข้าวปุ้น, ขลุกขลิกซี่โครงอ่อนทอด, ต้มแซ่บเห็ด, ไก่นึ่งเชียงคาน, เนื้อออสเตรเลียย่าง, ไก่ย่างขมิ้น ฯลฯ และเมนูขนมหวาน อาทิ ซาหริ่มน้ำกะทิสด, เฉาก๊วยน้ำตาลอ้อย ฯลฯ

2.Cafe Chilli

ต่อด้วยอีกหนึ่งร้านสไตล์อาหารตะวันตกชื่อดัง KUPPADELI (คัปป้าเดลี่) ร้านที่มีชื่อเสียงด้านกาแฟที่มีเมนูกาแฟคุณภาพนำเข้ามากมายหลายชนิดให้คอกาแฟได้เลือกลิ้มรสตั้งแต่ house blend ไปจนถึงเมล็ดกาแฟออร์แกนิก และซิ้งเกิ้ลออริจินจากทั่วโลก รวมทั้งเมนูบรันซ์ที่พร้อมเสริ์ฟความอร่อยทั้งวัน อาทิ Eggs Benedict Bacon, Brioche French Toast, Vegetable Frittata, Mango Granola & Yoghurt  ฯลฯ พร้อมด้วยเมนูอาหารฝรั่งสุดคลาสสิกในดวงใจที่ถูกปรุงแต่งให้มีความเป็นเอเชียเข้าไปผสม อาทิ       พิซซ่าหน้าไส้อั่ว, พิซซ่าหน้าเป็ดปักกิ่ง ฯลฯ อิ่มอร่อยกับเมนูขนมหวาน อาทิ Oreo Cheese Tart, Chocolate Fudge Brownie, Raspberry Almond Blondie, Lemon Meringue ฯลฯ

3.KUPPADELI

ตามมาด้วยร้านอาหารจีน MAN FU YUAN (หม่าน ฟู่ หยวน) อาหารจีนสไตล์กวางตุ้งคลาสสิค ที่เปิดร้านอาหารเป็นครั้งแรกที่ My Kitchen รับรองว่าหากได้มาลิ้มลองแล้วจะติดใจในรสชาติอาหารที่กลมกล่อมกว่าอาหารจีนสไตล์อื่นๆ เพราะปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างดี ทำให้ได้รสชาติที่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเมนูติ่มซำรสชาติดั้งเดิมที่อร่อยอัดแน่นไปด้วยเนื้อปูเนื้อกุ้งเต็มคำ หรือเป็ดอบใบชาที่ใช้เนื้อเป็ดอย่างดี หมูแดงและหมูกรอบที่อร่อยหวานละมุนลิ้น เมนูอาหารทะเล บะหมี่และข้าวผัด นอกจากนี้ยังมีเมนูทานเล่น อย่าง ปอเปี๊ยะทอด, เกี๊ยวซ่า และซาลาเปาไส้ต่างๆ ให้เลือกชิมอีกมากมาย ฯลฯ

4.MAN FU YUAN

ส่วนใครที่ชื่นชอบอาหารไทยรสชาติกลมกล่อม ต้องร้าน NARA (นารา) คนที่รักอาหารไทยไม่ควรพลาด เพราะร้านตั้งใจในการนำเสนอขั้นตอนการปรุงที่ละเอียดละออและรสชาติที่ละเมียดละไมของอาหารไทยอย่างบรรจงเพื่อให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลิ้มลอง เมนูแกงเผ็ด และก๋วยเตี๋ยวจากจังหวัดต่างๆ ไม่ว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย  แกงเหลือง ล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกินอันเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละภาคของประเทศ โดยมีเมนูที่หลากหลายให้ได้เลือกรับประทานทั้งอาหารคาว อาทิ ข้าวผัดปลาทู, ขนมจีนน้ำยาปู, โรตีแกงเขียวหวานเนื้อ, ข้าวซี่โครงหมูอบ, ผัดไทยห่อไข่, ยำก๋วยเตี๋ยวบกออนเซ็น, ถุงทอง, กุ้งพริกขี้หนู, ต้มแซ่บหมูเด้ง, แกงเหลืองปลาดอลลี่ ฯลฯ และอาหารหวาน อาทิ ลอดช่องนารา, ข้าวเหนียวมะม่วง ไอศครีมกะทิ, บัวลอยไข่เค็ม ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษจากโครงการหลวง ได้แก่ ขนมสอดไส้, ส้มตำผลไม้ชาวดอย และแกงหมูฟักทองโครงการหลวง

5.NARA

สำหรับแฟนอาหารญี่ปุ่น My Kitchen ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง Yuutaro มาเปิดร้าน YUZU BY YUUTARO (ยูซุ บาย ยูทาโร่) แห่งแรกในย่านสยาม เพื่อให้ลูกค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้รับประทานอาหารญี่ปุ่นที่คัดสรรวัตถุดิบและเครื่องปรุงอย่างดีจากญี่ปุ่น โดยพิถีพิถันให้ได้เมนูเด็ดทั้ง ข้าวปั้น Yuzu Roll, Sashimi, Sushi, Foie Gras Salmon Aburi Don, Tempura, Ten Don และอื่นๆ ที่สด สะอาด ลิ้มรสชาติความอร่อยได้ที่นี่ที่เดียว

6.Yuzu by Yuutaro

ปิดท้ายด้วยเบเกอรี่และเครื่องดื่ม จากร้านคาเฟ่ BRIX DESSERT BAR (บริกซ์ เดสเสิร์ท บาร์) ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ต้องการให้เป็นร้านขนมหวานสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่เฉพาะสำหรับผู้หญิงเท่านั้น การตกแต่งจึงออกมาในแนวเท่ๆ คูลๆ  พร้อมด้วยครัวเปิดที่เผยให้เห็นเชฟได้อย่างชัดเจน นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้าน ที่คนชอบของหวานจะต้องหลงรัก ที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะเมนูขนมเท่านั้น แต่มีกาแฟ ม็อกเทล ค็อกเทล ให้คุณแวะมานั่งชิลล์ได้ตลอดทั้งวัน  ชมบรรยากาศกรุงเทพมหานครพร้อมอิ่มอร่อยกับรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว ทุกจานขนมของ BRIX  อบสดๆ เสิร์ฟร้อนๆ จากเตา  โดยมีเมนูเด็ดทั้ง HOTTO KEIKI หรือ ซูเฟล์แพนเค้กเนื้อเบาฟูอบร้อนๆ และ BRIX BOX ขนมปังบริโอซอสไส้ลาวาอุ่นๆ เสิร์ฟคู่กับไอศครีมเย็นๆ BLACK FOREST LAVA ที่ฉีกความจำเจของลาวาเค้กเดิมๆ โดยได้แรงบันดาลใจจากเค้กสุดโปรดในวัยเด็กจากเค้กช็อกโกแลตเชอรี่ โดยเมื่อตักเค้กลงไปจะพบกับลาวาเชอรี่สีม่วงหวานอมเปรี้ยวเข้ากันได้ดีกับความเข้มข้นของช็อกโกแลต ฯลฯ

1.Brix

My Kitchen” (มาย คิทเช่น) พร้อมให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารรูปแบบ The Social Dining Experience และเป็นจุดหมายของสถานที่พบปะสังสรรค์ของคนทุกเพศทุกวัยใจกลางกรุง พร้อมลิ้มลองความอร่อยในรสชาติอาหารหลากหลายสไตล์จาก 5 ร้านอาหารชื่อดัง ได้แก่ Nara, Kuppadeli, Café Chilli, Man Fu Yuan, Yuzu By Yuutaro และ 1 คาเฟ่สุดชิค Brix Dessert Bar ณ ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00น. – 22.00น.

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ติดตาม Jeab.com
Jeab.com มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวไลฟ์สไตล์ทันสมัยสำหรับผู้หญิงยุคดิจิตอล ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @jeabdotcom
Jeab

Jeab

Jeab.com ตอบโจทย์ “ผู้หญิงรุ่นใหม่” ด้วยไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในยุคดิจิตอล

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.